May

2007/Jun/28

เมื่อ "รักเรา"

ไม่ใช่ที่หนึ่ง


การไม่ได้เป็นที่ "หนึ่ง" ในใจคนที่เรารักนั้น
ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป
การเป็นที่สอง ในใจเขานั้น ย่อมดีกว่าการเป็นที่สาม ที่สี่
หรือถึงแม้ว่า . . . เราจะเป็นที่สุดท้าย
แต่มันก็ยังดีกว่า การที่เราไม่ได้อยู่ในใจเขาคนนั้นเลยไม่ใช่หรือ

จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ
แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
"เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว
เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน"

การรักใครสักคนนั้น . . .
ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก
การสบตา จากใครสักคนนั้น . . .
ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้
จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .
. . . อย่างสุดหัวใจ และเศร้าได้อย่างสุดหัวใจ

อย่า . . . โทษเขา ที่ไม่ได้รักเรา
อย่า . . . โทษพรหมลิขิตที่ทำให้เราเจอกัน แต่ไม่ได้ทำให้เรารักกัน
อย่า . . . โทษหัวใจตัวเองที่ไปรักเขา
อย่า . . . โทษกาลเวลาที่ทำให้เราเจอกันช้าไป
จงมีความสุข และยิ้มให้กับสิ่งต่าง ๆ เถอะ

ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .
เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา

ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .
เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .
เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก

ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน

เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้



edit @ 2007/06/28 11:40:31

2007/May/23

แย่จัง...

รักใครคนหนึ่ง

แต่กลับรู้สึกดีๆ

กับอีกคน


บ่อยครั้งเคยสงสัยว่า . . .
ทำไมเราถึงเลือกที่จะบอก . . . รัก . . . คนหนึ่ง
ในขณะที่อีกคน กับบอกแค่ว่า . . . รู้สึกดีๆ

ใครคนหนึ่ง . . . เคยบอกไว้ว่า
ความรู้สึกดีๆ มันมีอณูที่เล็กกว่า ความรัก
มันสามารถแทรกซึม ผ่านช่องว่างของหัวใจ
. . . เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายได้ . . .

มันคล้ายกับ เมล็ดพันธุ์เล็กๆของ ความรัก
รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้แสงแดดที่พอเหมาะ
เอาใจใส่ ดูแล ทะนุถนอม สักวันเมล็ดพันธุ์นั้น
. . . จะเติบใหญ่กลายเป็น . . . "ต้นไม้แห่งความรัก"

มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าชอบ . . . แต่ไม่ใช่รัก
และมีแนวโน้มว่า . . . จะพัฒนาต่อไป . . .

ในขณะเดียวกัน . . .
เรารักใครหนึ่งคนอยู่แล้ว . . . แต่กับรู้สึกดีๆ กับใครอีกหลายคน
นั่นคืออะไร?

เหตุผลนะเหรอ . . . เพราะโลกนี้ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
คนหนึ่งคนไม่สามารถเป็น และให้ทุกอย่างๆ ที่เราต้องการได้
คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่เข้าใจเรา
คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่ใส่ใจเรา
คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่เชื่อใจเรา

เมื่อมีใครมาเข้าใจ ใส่ใจ เชื่อใจ มีหรือจะไม่รู้สึกดี
หัวใจก็ย่อมไหวเอน . . . เชื่อเถอะว่าเป็นทุกคน
. . . ถ้าไม่โกหกตัวเอง . . .

ความรู้สึกดีๆ . . . อาจเกิดขึ้นกับใครบางคนในช่วงระยะใด
เวลาหนึ่ง อิ่มใจ สุขใจ ประทับใจ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข

ในขณะที่ความรัก . . . เกิดจากความผูกพันทางใจ สุข ทุกข์
เราร่วมรับรู้ ไม่ใช่แค่ระยะเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น

ในเมื่อโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ . . . เราเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ
จงยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ . . . ของกันและกัน

ความรู้สึกดีๆ . . .อาจเกิดขึ้นกับใคร ตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้
แต่ความรัก . . . มันเกิดจากกระบวนการซับซ้อนของหัวใจ
ต้องใช้เวลาในการถักทอ สายใยเบาบางนั้นขึ้นมา

มันอาจเป็นความรู้สึก . . . พิเศษๆ ละม้ายคล้ายกัน
แต่ ในเชิงความหมาย แตกต่างแน่นอน. . .

2007/May/11

เมื่อนาฬิกา ...

หยุดเดิน


ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อย ๆ จนติด
คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ
ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด . . .
หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . .บางอย่างมันหายไป
มันว่าง ๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู

เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่น ๆ
โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร นาฬิกาต่างหากที่พินาศ .. กระจกร้าว

ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่า ตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
เก้ออ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู

ความเคยชินของคนเรา เกิดขึ้น . . .
เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
และยังคงความเคยชินอยู่
เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรก ๆ


จนเวลาผ่านไปนาน . . .
ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
ฉันคิดโง่ ๆ ว่า . . . ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา แต่มันไม่ใช่


ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
เมื่อมันกลับมาวันแรก ๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
ทั้ง ๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอ ๆ
ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
ฉันรู้สึกขาด ๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ
ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .


แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยวเดี่ยวในวันว่าง
หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก

คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป
ฉันมักได้ยินใคร ๆ พูด
แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด

ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า . . .
ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย
บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
หากฉันจะอยู่ห่าง ๆ หรือตัดขาด
เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต
อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
อาจรู้สึกแปลบ ๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน



edit @ 2007/05/11 16:42:11
edit @ 2007/05/11 16:45:49